การนำไตรโคเดอร์มามาใช้อย่างแพร่หลายไม่ได้จำกัด

อยู่แค่ในภาคการเกษตรเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม และการพัฒนาระบบการเกษตรเชิงนิเวศที่สมดุลยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การใช้ไตรโคเดอร์มาในการฟื้นฟูดินที่ปนเปื้อนสารเคมีหรือโลหะหนัก ซึ่งเชื้อไตรโคเดอร์มามีความสามารถในการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่เป็นพิษบางชนิดในดิน และช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดินให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น กระบวนการเหล่านี้ส่งผลให้ดินฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชอีกครั้ง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในพื้นที่ที่ผ่านการใช้สารเคมีอย่างหนักมานานหลายปี

ไตรโคเดอร์มายังถูกนำมาใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก

เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการปลดปล่อยธาตุอาหาร ช่วยให้ธาตุอาหารในดินพร้อมใช้งานสำหรับพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณมาก อีกทั้งยังช่วยลดการชะล้างของธาตุอาหารที่เกิดจากฝนตกหนัก ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้น การผสมผสานไตรโคเดอร์มากับการทำเกษตรอินทรีย์จึงกลายเป็นแนวทางที่ทั้งประหยัดและยั่งยืนสำหรับเกษตรกรรายย่อยและเกษตรกรรายใหญ่ทั่วโลก

สำหรับการวิจัยและพัฒนาในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ยังคงมุ่งมั่นศึกษาประสิทธิภาพของไตรโคเดอร์มาชนิดต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย และผลไม้หลายชนิด ซึ่งมักพบปัญหาโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรครากเน่า โคนเน่า และใบจุด ที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตอย่างรุนแรง การใช้ไตรโคเดอร์มาในการป้องกันโรคพืชเหล่านี้จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและความปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง

แนวโน้มการตลาดของสินค้าเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย

ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับประเทศและตลาดโลก ซึ่งการใช้ไตรโคเดอร์มาจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่า ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดี ปราศจากสารเคมีตกค้าง และปลอดภัยต่อสุขภาพ การใช้จุลินทรีย์ชีวภาพอย่างไตรโคเดอร์มาจึงไม่เพียงช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรในตลาดที่มีการแข่งขันสูง และช่วยผลักดันให้เกษตรกรไทยก้าวสู่มาตรฐานการผลิตระดับสากล ในระยะยาว การใช้ไตรโคเดอร์มาอย่างแพร่หลายยังจะช่วยสร้างเครือข่ายเกษตรกรที่ให้ความสำคัญกับการทำเกษตรแบบยั่งยืนมากขึ้น

ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน ทั้งในเรื่องของการใช้จุลินทรีย์ชีวภาพ การจัดการดิน และการฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างชุมชนเกษตรกรที่เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ อีกทั้งยังช่วยลดการนำเข้าปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ ทำให้ภาคการเกษตรไทยมีความมั่นคงและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไตรโคเดอร์มาจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำหรับควบคุมโรคพืชเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง ด้วยประโยชน์ที่ครอบคลุมทั้งการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน รักษาสิ่งแวดล้อม และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่