Author Archives: admin

เธอรู้จักมักจี่อะคริลิคกันมาเต็มที่หรือไม่อีกทั้งแล้วเช่นไรเป็นสิ่งที่น่าหลงใหล?

อะคริลิค หมายถึงอย่างไร ในการดำเนินงานของ  www.acrylic-vtf.com

บางคนร้องเรียก อะคริลิคพลาสติก (acrylic plastic) หรือไม่พลาสติก อะคริลิค ในระหว่างที่อีกหลายบุคคลเรียกว่า กระจกเงา อะคริลิค (acrylic glass) ไม่ก็ร้องเรียกย่อๆ แค่แผ่น อะคริลิค แต่ถ้าว่าไม่ว่าจะเรียกชื่อต่างกันอย่างไรก็ดี ทั้งหมดก็คือพลาสติกชนิดเดียวกันคือ โพลิเมทิลเมทาไครเลต หรือว่าพีเอ็มเอ็มเอ (poly(methyl methacrylate), PMMA) พร้อมด้วยสูตรเคมีของพลาสติกชนิดนี้คือ C5H8O2

คุณสมบัติ

– เชี่ยวชาญแปรธาตุได้สบาย ไม่ว่าจะเป็นการทำให้คด ตัด พับเจาะ หรือการทำให้คดขึ้นรูป

– ประกอบด้วยความหนักเบาเบากว่ากระจกส่องที่มีสัดส่วนและความหนาที่เสมอ

– ประกอบด้วยความโปร่งแสง โปร่งแสง และทึบแสง ให้เลือกคัดใช้

– นิยมใช้ในการทำงานอุตสาหกรรมแปรรูป อาทิ การขึ้นรูปของสินค้าการทำชั้นแสดงผลิตภัณฑ์การทำให้ตรงหลายชนิด

 

สรรพคุณ อะคริลิค ที่เป็นที่ดึงดูด

  1. มีความคับคั่งคาดคะเน 1.15-1.19 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร
  2. ประกอบด้วยจุดหลอมละลายที่อุณหภูมิ 130-140 เซลเซียส และจุดเดือดที่อุณหภูมิ 200 เซลเซียส
  3. ประกอบด้วยความทนต่อการชน (impact strength) สูงกว่าแก้วและโพลิสไตรีน แต่ต่ำกว่าโพลิคาร์บอเนตและพลาสติกวิศวกรรมชนิดอื่น
  4. อะคริลิค พลาสติกมีเนื้ออ่อนแล้วจึงเกิดรอยครูดขูดขีดได้กล้วยๆ
  5. แสงสว่างเชี่ยวชาญสาดส่องผ่านเนื้อพลาสติกได้ถึงเปอร์เซ็นต์ 92 และมีการตีกลับกลับที่ผิวประมาณอัตราร้อยละ 4
  6. ประกอบด้วยความคงทนต่อสภาพแวดล้อมเหนือชั้นกว่าพลาสติกชนิดอื่น เช่น โพลิคาร์บอเนต จึงนิยมใช้อะคริลิค พลาสติกกับการทำงานที่โล่งด้วย
  7. อะคริลิค พลาสติกมิคงทนต่อตัวทำละลายหลายประเภท

หุ่นแบบไหนไซส์ขนาดไหนถึงจะเข้าได้กับชุดเดรสแฟชั่นเกาหลี

ผู้หญิงไม้กระดาน

สาวหน้าอกเล็กหรือแบนควรหลีกเลี่ยงเดรสแฟชั่นเกาหลี c[[คอลึก เพราะจะไปเน้นจุดด้อยส่วนหน้าอกของคุณให้ชัดขึ้น เดรสที่ควรเลือกจึงควรเป็นแบบคอเต็ม และเล่นดีเทลเพิ่มความน่าสนใจตั้งแต่หน้าอกจนถึงลำคอ หรือสร้อยคอแบบเป็นชั้นๆ ไล่ระดับก็ได้

ผู้หญิงแขนบิ๊กไซส์

เดรสแฟชั่นเกาหลี แบบแขนกุดคือสิ่งต้องห้าม เพราะจะเป็นการเปิดเผยแขนที่ใหญ่ดูไม่งาม เดรสที่เลือกจึงควรเป็นแบบที่มีแขน อาจเป็นแขนพริ้วเป็นลูกคลื่น หรือระบาย ไม่ก็แขนแบบกระดิ่ง ความยาวประมาณ 3/4 ของชุด จะช่วยบดบังความบกพร่องได้

ผู้หญิงคัพใหญ่

เดรสแฟชั่นเกาหลี แบบคอวี คอลึกจะทำให้คุณดูสวยดึงดูดมากขึ้นในชุดแบบนี้ ยิ่งเป็นเดรสเข้ารูปยิ่งเพิ่มจุดเด่นให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่หากสาวๆ คนไหนอยากลดจุดเด่นตรงหน้าอก ก็ให้เพิ่มดีเทลตรงจุดอื่นเพื่อเบนความสนใจ เช่นเลือกเดรสชายบาน ชายพริ้ว ความยาวประมาณหัวเข่า เริ่ดสุดขอบอก

ผู้หญิงเจ้าเนื้อ

ผู้หญิงอวบที่มักชอบเลือกเดรสหลวมๆ พองๆ เพื่ออำพรางรูปร่าง จริงๆ แล้วไม่ควรนะคะ เพราะมันจะยิ่งทำให้คุณดูอ้วนมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ผู้หญิงเจ้าเนื้อควรเลือกชุดเดรสแฟชั่นเกาหลี ที่ไม่หลวมและไม่พอง กำลังพอดีตัว เนื้อผ้าไม่รัดรูป ไม่ติดกับร่างกาย เน้นสีเข้มจะช่วยให้ดูมีเชปน่ามอง

ต่อไปนี้ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบไหน ก็ใส่เดรสให้สวยดูดีได้ ถ้ารู้จักเลือกเหมาะสม หวังว่าสาวๆ ทุกคนจะแฮ็ปปี้กับการแต่งตัวได้ทุกวันนะคะ ^.^ เชิญที่ http://ganskashop.com

อุปกรณ์สำหรับกันแสงแดดด้วยเต็นท์พับได้

ไทย เป็นบ้านเมืองเขตร้อน แดดที่ส่องลงมา มีความน่ากลัวมากมาย  อีกทั้ง รังสีหลากหลาย ที่มาพร้อมด้วยแสงอาทิตย์ มีผลกระทบเป็นเหตุให้เกิดการตอบรับพร้อมกับหนัง  รวมไปถึงดินฟ้าอากาศที่ร้อนอบ และสายฝนที่ไม่ตกตามฤดูกาล คืออุปสรรคมากๆ ด้วยว่าคนค้าขาย ตามตลาดนัด ปราศจากหลังคาครอบ

เต็นท์พับได้  จึงเป็นอีกหลักการหนึ่งที่มีความเหมาะสม ในการปกปักรักษาความร้อนจากแสงอาทิตย์ และยังมีความสบายในการขนถ่ายไปในที่มากมาย อาจจะพับเก็บและปูได้   ซึ่งเครื่องมือเต็นท์พับได้ มีหลายหลากคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเค้าโครงเต็นท์ รวมถึง ผ้าหลังคาเต็นท์ ที่มีให้เลือกสรรเยอะแยะหลายแบบ  แต่ที่มีใช้กันในบ้านเรา ก็จะมีดังนี้

ต้นแบบเต็นท์พับได้ มีหลายคุณลักษณะ ควรจะตรวจสอบดังต่อไปนี้

  1. ความหนักเบาของโครงร่างเต็นท์พับได้ น้ำหนักรูปร่างยิ่งมาก ยิ่งคงทนถาวร
  2. ทาบกัน (มี/ไม่มี) ของเต็นท์พับได้

2.1 ประกบเหล็ก

ข้อดี ช่วยไม่ให้โครงของเต็นท์พับได้ หักออกได้ง่ายๆ

จุดอ่อน  ผ้าหลังคาเต็นท์ค่อนข้างจะเข้าในช่องของประกับเหล็ก เวลากางจะทำให้ผ้าฉีกได้ง่าย

2.2 ประกับ PVC

จุดแข็ง  ช่วยไม่ให้โครงร่างของเต็นท์พับได้ พังได้ง่ายดาย  , ขจัดปัญหาผ้าฉีกขาดเวลากาง

  1. ผ้าหลังคาเต็นท์ ด้วยว่าเต็นท์พับได้ มีให้เลือกอยู่มากมายหลายแบบ แต่ละชนิดมีอายุการใช้งานที่ผิดแผกแตกต่างกัน
  2. งานซ่อมสำหรับผ่าเต็นท์ ของเต็นท์พับได้ ที่มีการนำเข้ามาจาก ต่างประเทศ (จีน) จะแตกต่างกับการเย็บของไทย (บางโรงงาน)
  3. งานซ่อมจากประเทศจีน เป็นการประกบผ้า ต่อจากนั้นเดินฝีเข็ม 1 ฝีเข็ม
  4. งานปุปะของเมืองไทย คือการประกบผ้า ต่อจากนั้นเดิมฝีเข็ม 2 ฝีเข็ม หรือ เดินคู่
  5. งานซ่อมของประเทศไทย (บางโรงงาน) เป็นการประกบผ้า จากนั้นเดินฝีเข็มแบบโพ้ง 5 ฝีเข็ม แก้ไขปัญหากรณีโดนลมแรงๆ กับน้ำหยดตามรอยปะ

สิ่งสำคัญ ที่ส่งผลลัพธ์ต่อวิธีปุปะที่ไม่ควรไม่เอาใจใส่ในการเลือกใช้เต็นท์พับได้

  1. กระแสลม เป็นตัวเด่นในการเป็นเหตุให้ผ้าเต็นท์แตกขาด ตามตะเข็บงานปะ
  2. น้ำฝนซึมตามร่องรอยปุปะ

จับใจความ ง่ายๆ แบบนี้  การคัด  เต็นท์พับได้ ให้ดูที่  น้ำหนักรูปร่าง  ประกับ  ผ้าหลังคาเต็นท์  และการซ่อม มีทางเลือกให้ติดตามตามความสนใจได้ที่ www.jthtent.com

พระหยกเข้ามามีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไรบ้าง

หยกหรือที่ตามตำนานจีนเรียกกันว่า หินแห่งสรวงสวรรค์ เข้ามามีบทบาทผูกพันกับวิถีชีวิตของมนุษย์มานานกว่า 4,000 ปี มีต้นกำเนิดจากประเทศจีนก่อนที่จะกระจายไปทั่วทุกมุมโลกทั้งแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา และอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก ความศรัทธาและความเชื่อในอำนาจลี้ลับของพระหยก เป็นสิ่งที่ประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้ ไม่เพียงแต่ชาวจีนเท่านั้นที่รู้ ซึ่งถึงคุณค่าอันนอกเหนือจากความงามอันเป็นเอกลักษณ์ แม้กระทั่งชาวอเมริกา อเมริกากลาง และทวีปยุโรป ฯลฯ ก็ต่างมีความศรัทธาในอำนาจลี้ลับที่เกี่ยวข้องกับแพทยศาสตร์ว่าหยกสามารถช่วยบำบัดรักษาโรคไตและโรคทางเดินปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังพบว่าบางคนสามารถคาดคะเนสภาพลมฟ้าอากาศจากการสังเกตสีของพระหยก ถ้าหากพระหยกปรากฏสีมัวหมองน่าสะพรึงกลัวเป็นลางบอกเหตุว่าพายุร้ายกำลังจะมาหรือแม้กระทั่งเรื่องสุขภาพ หลายๆ คนเชื่อว่าถ้าหยกที่สวมใส่อยู่มีสีสันสดใสแวววาวแสดงว่าผู้สวมใส่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ จิตใจแจ่มใส มีสง่าราศี และโชคลาภ แต่ถ้าพระหยกนั้นมีสีหม่นหมองไม่ส่องประกาย แสดงว่าสุขภาพจะอ่อนแอ จิตใจหมองมัว กำลังมีทุกข์หรืออับโชค เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยเรา นอกเหนือจากพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ “พระแก้วมรกต” ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ พระคู่บ้านคู่เมืององค์สำคัญแห่งกรุงรัตนโกสินทร์แล้ว ยังมีพระหยกอีกมากมายประดิษฐานแทบทุกจังหวัด เพื่อให้สาธุชนได้กราบขอพรทั้งเรื่องโชคลาภและสุขภาพ

พระหยกองค์สำคัญอีกองค์ ที่นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ชิ้นหนึ่งของโลก นั่นคือ พระพุทธมงคลธรรมศรีไทย หรือ หลวงพ่อหยก วัดธรรมมงคล พระพุทธรูปหยกปางสมาธิที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดหน้าตักกว้าง 1.66 เมตร และสูง 2.2 เมตร

การเต้นรำเป็นคำที่บดบังสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราวของท่วงท่าและการเคลื่อนไหวทางร่างกาย

23

รูปแบบทางวัฒนธรรมที่เป็นผลมาจากความคิดสร้างสรรค์ทางร่างกาย คือการเต้นรำเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงในงานศึกษาทางมานุษยวิทยา แต่คำว่าการเต้นรำเป็นคำที่บดบังสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราวของท่วงท่าและการเคลื่อนไหวทางร่างกายของมนุษย์ ในหลายๆสังคม การเคลื่อนไหวร่างกายไม่อาจจัดประเภทเข้ากับแนวคิดของตะวันตก ในอดีตที่ผ่านมา นักมานุษยวิทยาที่สนใจเรื่องการเต้นรำทำการศึกษาการเคลื่อนไหวของเรือนร่างที่มีหลายลักษณะและเชื่อมโยงถึงระบบความเชื่อศาสนา พิธีกรรม ศิลปะการป้องกันตัว การละเล่น ระบบสัญลักษณ์ ความบันเทิง และกีฬา บริบททางสังคมเหล่านี้เป็นผลจากการคิดสร้างสรรค์ซึ่งเข้าไปจัดระเบียบท่าทางการเคลื่อนไหวของมนุษย์ การเคลื่อนไหวบางลักษณะอาจมีความซับซ้อนและใช้ประกอบกับการเล่นดนตรี

การเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบเกิดขึ้นในทุกๆสังคม ระบบการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นระบบของความรู้ ซึ่งมีทั้งการแสดงท่าทาง และพื้นที่ที่ใช้แสดงท่าทาง เพื่อเป็นส่วนประกอบของกิจกรรมที่ใหญ่กว่า ระบบความรู้ของการเคลื่อนไหวร่างกายถูกกำกับด้วยวัฒนธรรมและสังคมโดยกลุ่มคนที่สะสมความรู้และสืบทอดกันมา ถึงว่าความรู้แบบนี้จะเป็นสิ่งที่ไม่ยืนนาน แต่การเคลื่อนไหวร่างกายก็มีระเบียบที่ชัดเจน ความรู้แบบนี้อาจเป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ทางสังคมที่มองเห็นได้ด้วยตา

เป็นระบบของสุนทรียะที่ละเอียดอ่อน และอาจทำให้เข้าใจคุณค่าทางวัฒนธรรม การศึกษาการเคลื่อนไหวของร่างกายของกลุ่มคนในเชิงอุดมคติ เป็นการศึกษาที่ต้องการวิเคราะห์แบบแผนทางวัฒนธรรมและกิจกรรมที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ร่างกาย นอกจากนั้นยังเป็นการศึกษากระบวนการทางสังคมของกลุ่มคนบางกลุ่มในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และศึกษาลักษณะท่าทางการเคลื่อนไหวของร่างกายในแบบต่างๆเพื่อดูว่ามนุษย์ใช้ร่างกายส่วนใด

การเคลื่อนไหวร่างกายของคนพื้นเมือง อาจเป็นนิยามของระบบการเคลื่อนไหวที่มีลักษณะเฉพาะตัว และการเคลื่อนไหวก็จะถูกนิยามในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ชาวตะวันตกมีการเคลื่อนไหวหลายแบบ เช่น บัลเล่ต์ สแควร์แดนซ์วอลท์ซและร็อคแอนด์รอลล์ การเต้นรำแบบนี้ต่างไปจากการเล่นสเก็ตน้ำแข็ง เชียร์ลีดเดอร์ และ การประสานเสียงในศาสนาซึ่งอาจไม่ถูกมองว่าเป็นการเต้นรำ คำถามคือมีเงื่อนไขอะไร หรือท่าทางแบบใดที่ไม่อาจแยกประเภทของการเคลื่อนไหวเหล่านี้ออกจากกัน

การเต้นบัลเลต์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

houston_ballet_swanlake_sarawebb_artistsofhoustonballetบัลเลต์ (Ballet) เป็นการเต้นประเภทหนึ่งที่มีความอ่อนช้อย เดิมเป็นการแสดงในพระราชวังของฝรั่งเศส ภายหลังได้รับการพัฒนาให้เป็นการแสดงประกอบดนตรีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศฝรั่งเศสและรัสเซีย บัลเลต์ประกอบด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งใช้ความอ่อนตัวของผู้เต้นควบคู่กับดนตรีแนวคลาสสิก ต่อมาได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยแต่ละประเทศจะผสมผสานศิลปะและวัฒนธรรมประจำชาติเข้ากับการแสดงเพื่อความโดดเด่นของตัวเอง เมื่อบัลเลต์ได้รับความนิยมมากขึ้นจึงก่อให้เกิดโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ตามมา แม้กระทั่งในประเทศไทยก็มีหลายสถาบันเปิดสอนการเต้นบัลเลต์ ปัจจุบันการเต้นบัลเลต์จัดเป็นกิจกรรมที่พ่อแม่นิยมให้ลูกเรียนเพราะสามารถพัฒนาบุคลิกภาพของเด็กได้ ทั้งยังช่วยให้เด็กมีท่าเดินที่สง่างาม หากปฏิบัติเป็นประจำเด็กจะมีสุขภาพแข็งแรง ร่าเริงแจ่มใส และกล้าแสดงออก นอกจากนี้ยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กรักเสียงเพลงตั้งแต่วัยเยาว์ และเป็นการปูพื้นฐานการเต้นให้พวกเขาก่อนจะเลือกเรียนเต้นประเภทอื่น

องค์ประกอบสำคัญของบัลเลต์มีอยู่ด้วยกันสองอย่างคือ การเต้น และดนตรี ซึ่งโดยปกติดนตรีมักจะเกิดขึ้นก่อน แล้วผู้คิดท่าทางเต้นจึงคิดท่าทางต่างๆให้เข้ากับดนตรี ซึ่งผู้ประพันธ์เพลงจะประพันธ์เพลงเป็นเนื้อเรื่องในลักษณะของดนตรีที่บรรยายเรื่องราวไว้ ดนตรีบัลเล่ต์จึงจัดเป็นดนตรีอีกประเภทหนึ่งที่น่าศึกษา มีลักษณะคล้ายๆกับโอเปรา คือการนำดนตรีไปรวมกับศิลปะแขนงอื่นๆ ในบางครั้งบทเพลงประเภทนี้นำไปบรรเลงโดยไม่ใช่การเต้นบัลเล่ต์ประกอบ ดังนั้นจึงมีลักษณะเป็นเครื่องดนตรีบรรยายเรื่องราว เช่น ดนตรีประกอบการแสดงบัลเล่ต์ แบบโมเดิร์นดานซ์ เรื่อง Appalachian Spring ของคอปแลนด์ ซึ่งต่อมามีผู้นิยมนำมาบรรเลงโดยไม่มีการแสดงประกอบแต่ประการใด ดนตรีบัลเล่ต์ จะมีลักษณะคล้ายซิโฟนิคโพเอม คือ ใช้วงออร์เคสตร้าบรรเลง โดยมีหลายตอนตามเรื่องที่ใช้ในการเต้นเป็นสื่อในการเสนอเรื่องราว

ในการเต้นบัลเลต์ รองเท้านับเป็นอีกปัจจัยที่มีความสำคัญ ดังนั้นการเต้นแต่ละครั้งควรใส่รองเท้าบัลเลต์เพื่อความปลอดภัยขณะเต้นเพื่อสร้างความเพลิดเพลินระหว่างเต้นบัลเลต์ เราควรเปิดเพลงประกอบ ขณะเดียวกันควรกำหนดระยะเวลาในการเต้น และควรเพิ่มระยะเวลาขึ้นตามลำดับ เพราะการฝึกบ่อยๆจะช่วยลดโอกาสในการบาดเจ็บจากความผิดพลาด ทำให้เราเต้นได้เก่ง และยังมีสุขภาพแข็งแรง

การเต้นรำเสริมสร้างความฉลาดให้กับลูก

วิธีการเสริมสร้างความฉลาดให้กับลูกรักนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน เช่น การอ่านหนังสือ การเล่นไม้บล็อก การทำอาหาร กิจกรรมศิลปะ รวมถึงการเล่นดนตรี และการเต้นรำ โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ “การเต้นรำ” ถือเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายที่เด็กๆ ชอบและตอบสนองต่อพัฒนาการของเด็กมากที่สุด เพราะโดยธรรมชาติของเด็กเมื่อได้ยินเสียงเพลง หรือจังหวะที่เร้าใจ เด็กจะตอบสนองโดยการเต้นและโยกย้ายตัวไปมา นอกจากการเต้นรำจะเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เด็กๆ ได้รับความสนุกสนานแล้วยังส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านของเด็กๆ ไปพร้อมกันด้วย ดังนี้

1. ด้านร่างกาย เด็กๆ จะได้เคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วน ได้พัฒนากล้ามเนื้อเล็ก กล้ามเนื้อใหญ่ นอกจากนี้ยังช่วยให้เรื่องของการสูบฉีดโลหิต การคลายตัวของกล้ามเนื้อ รวมทั้งการพัฒนาสมอง เพราะสมองจะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน (Endorphin) ซึ่งถือว่าเป็นสารที่มีความสุขออกมาอีกด้วย

2. ด้านอารมณ์ เด็กๆ จะได้รับความสนุกสนาน ได้เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเร็วและช้า ซึ่งจังหวะช้าช่วยให้เด็กผ่อนคลายและให้ความรู้สึกสงบ ส่วนจังหวะเร็วจะช่วยให้เด็กรู้สึกกระฉับบกระเฉง สดชื่นแจ่มใส

3. ด้านสังคม เด็กได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น การเป็นผู้นำ ผู้ตาม การแบ่งปัน รวมทั้งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและช่วยเรื่องการปรับตัวในการเข้าสังคมสำหรับของเด็กที่ขี้อายอีกด้วย

4. ด้านสติปัญญา เด็กได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ เช่น ความจำในท่าทางการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้เรียนรู้เรื่องของจังหวะ พื้นที่และเวลา รวมทั้งในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการอีกด้วย

ศิลปะการร่ายรำของไทยที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

8รำไทยเป็นการแสดงประเภทหนึ่งของนาฏศิลป์ไทย มีเอกลักษณ์การร่ายรำโดยการเคลื่อนไหวประกอบกับเสียงดนตรีด้วยลีลาที่อ่อนช้อยและสอดคล้องกลมกลืนกันระหว่างส่วนต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะมือ แขน เท้า และลำตัว มีบทขับร้องด้วยหรือไม่ก็ได้ มีผู้แสดงตั้งแต่ 1-2 คนขึ้นไป แบ่งประเภทเป็นการรำเดี่ยว รำคู่ หรือรำหมู่ แต่งกายตามรูปแบบของการแสดง ท่ารำจะเชื่อมโยงต่อเนื่องกันและเป็นสื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าใจและลึกซึ้งถึงอารมณ์ของผู้แสดงได้ เพลงรำมีทั้งเร็วและช้า ทั้งนี้ สามารถแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นการรำพื้นเมืองจากทางภาคใดด้วย การเรียนรำไทยถือว่าเป็นการช่วยเผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปะอันมีค่าของชนชาติไทยให้สืบต่อไป นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาด้านสมาธิ กล้าแสดงออก เป็นคนมีระเบียบ ร่าเริง จิตใจเยือกเย็น เรียนรู้วิธีร่วมงานกับผู้อื่น และที่สำคัญเห็นได้ชัดคือ การรำไทยช่วยเสริมสร้างให้มีบุคลิกทรวดทรงที่งดงามและสมดุลกัน

นาฏศิลป์ไทยยังได้รับอิทธิพลแบบแผนตามแนวคิดจากต่างชาติเข้ามาผสมผสานด้วย ถือเป็นอิทธิพลสำคัญต่อแบบแผนการสืบสานและถ่ายทอดนาฏศิลป์ของไทยจนเกิดขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่มีรูปแบบ แบบแผนการเรียน การฝึกหัด จารีต ขนบธรรมเนียมมาจนถึงปัจจุบัน บรรดาผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาทางด้านนาฏศิลป์ไทยได้สันนิษฐานว่า อารยธรรมทางศิลปะด้านนาฏศิลป์ของอินเดียนี้ได้เผยแพร่เข้ามาสู่ประเทศไทยตั้งแต่สมันกรุงศรีอยุธยาตารมประวัติการสร้างเทวาลัยศิวะนาฏราชที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1800 ซึ่งเป็นระยะที่ไทยเริ่มก่อตั้งกรุงสุโขทัย ดังนั้นท่ารำไทยที่ดัดแปลงมาจากอินเดียในครั้งแรกจึงเป็นความคิดของนักปราชญ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และมีการแก้ไขปรับปรุงหรือประดิษฐ์ขึ้นใหม่ในกรุงรัตนโกสินทร์ จนนำมาสู่การประดิษฐ์ท่าร่ายรำและละครไทยมาจนถึงปัจจุบัน

เอกลักษณ์ของการฟ้อนรำไทยของทุกภาคจะแตกต่างกันบ้างก็อยู่ที่การใช้มือใช้แขน ภาคเหนือกับภาคกลางนั้นละม้ายคล้ายคลึงกันมาก ไม่ยกมือยกแขนต่ำเกินไปหรือสูงเกินไป อยู่ในระดับศีรษะเป็นอย่างสูงสุดไม่เกินกว่านั้น ส่วนภาคใต้นั้นยกมือให้สูงเกินศีรษะขึ้นไปได้ ขาที่ย่อลงไปก็ย่อต่ำกว่าภาคกลางและภาคเหนือมาก และต้องอาศัยการฝึกหัดให้มีกำลังขาที่แข็งจริงๆจึงจะทำได้ นักฟ้อนรำในภาคอีสานนั้นดูจะรำตามสบายยิ่งกว่าภาคอื่นแม้จะอยู่ในสามัญลักษณะเช่นเดียวกัน การกระทบจังหวะด้วยการย่อขาลงหรือยุบนั้นมีน้อยกว่าในภาคอื่นและจะนานๆครั้ง ไม่ลงทุกจังหวะ แต่ดั้งเดิมมานั้นการใช้แขนแตกต่างกันระหว่างผู้ฟ้อนรำที่เป็นผู้หญิงและผู้ชาย ผู้ชายนั้นใช้สองแขนรำได้ แต่ผู้หญิงมักจะ ใช้แขนรำอยู่ข้างเดียว อาจจะเป็นแขนใดแขนหนึ่งก็ได้ ถ้าออกแขนขวารำก็เอาแขนซ้ายบังหน้าอกไว้ หรือถ้าออกแขนซ้ายรำก็ใช้แขนขวานั้นบังหน้าอกไว้ เป็นการแสดงออกถึงความสำรวมของสตรีเพศที่จะต้องปิดบังอวัยวะต่างๆของตนให้มิดชิด

วิชาการเต้นรำเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของมนุษย์

สาขาวิชาการเต้นรำเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ ที่เคลื่อนไปตามจังหวะหรือเสียงดนตรี การเต้นรำมีบทบาทสำคัญทั้งในแง่ของความบันเทิงและบทบาทในเชิงวัฒนธรรม ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่เต้นรำเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่จริงๆ แล้วการเต้นรำมีต้นกำเนิดมาจากการเต้นประกอบพิธีกรรมสมัยโบราณ คอร์สนี้ไม่ได้สอนแค่การฝึกปฏิบัติด้านการเต้นเท่านั้น แต่คุณยังจะได้เรียนทฤษฎีความเชื่อมโยงระหว่างการเต้นกับอัตลักษณ์เฉพาะตัวของสังคมนั้นๆ ตั้งแต่การเต้นรำของชนเผ่าแอฟริกัน ไปจนถึงการแสดงในโรงละครตามวิถีแบบตะวันตก

หากคุณหลงใหลในการศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ รักเสียงดนตรี และชื่นชอบการเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรม การเรียนเต้นรำก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคุณ

สิ่งสำคัญที่คุณควรรู้เกี่ยวกับคอร์สนี้คือ การเต้นรำต้องเคลื่อนไหวร่างกายค่อนข้างเยอะและต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้เรียนจะรู้แค่เรื่องจังหวะอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงด้วย นักเต้นที่มีความคิดสร้างสรรค์จะเหมาะอย่างยิ่งกับสาขาวิชานี้ เพราะในหลักสูตรผู้เรียนจะต้องเรียนการออกแบบท่าเต้นด้วย

นอกจากเรียนเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวร่างกายแล้ว ผู้เรียนยังจะต้องเรียนรู้ถึงต้นกำเนินของการเต้นรำแต่ละประเภท คนที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการเต้นรำ จะเรียนสาขาวิชานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสนุกสนาน

นักศึกษาส่วนใหญ่มักจบไปมีอาชีพเป็นนักเต้น ขึ้นแสดงบนเวทีตามงานอีเวนท์หรือโชว์ต่างๆ งานในลักษณะนี้ค่อนข้างยาก ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนัก และใช้ทักษะเฉพาะตัวสูง พวกเขาจึงได้รับค่าตอบแทนสูงเช่นกัน นักเต้นที่ทำงานใน London’s West-end มีรายได้สูงถึง 700 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 33,000 บาท) ทั้งนี้รายได้อาจมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่คุณทำงาน

นอกจากนี้ยังพบว่ามีบัณฑิตจำนวนไม่น้อยที่ทำงานเป็นครูสอนเต้น ทั้งในสถาบันสอนเต้นโดยเฉพาะ และสถาบันการศึกษาทั่วไป นักเต้นที่มีความสามารถและจบการศึกษาระดับปริญญา มีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากมาย บริษัทใหญ่ๆ อย่างเช่น The Royal Ballet Company และ Northern Dance มองหาบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์ด้านการเต้น มาร่วมทีมกับพวกเขาเพิ่มเติมอยู่เสมอ หรือหากไม่ต้องการทำงานด้านการเต้นโดยตรง ก็อาจจะผันตัวไปทำงานในแผนกประชาสัมพันธ์ หรือ แผนกการตลาด ให้กับองค์กรที่อยู่ในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเต้นและการแสดงอื่นๆ

เด็กๆหันมาเรียนเต้นรำกันมากขึ้น

“สังคมก้มหน้า” วัฒนธรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลต่อผู้คนในยุคของสังคมแห่งการเรียนรู้ ความสนใจของเด็กกับเทคโนโลยีเป็นพฤติกรรมที่พ่อแม่ผู้ปกครองยอมรับว่ารับรู้ไว เรียนรู้เร็ว และมักตามมาด้วยข้อกังวลเกรงลูกจะติดเกม ติดแท็บเล็ต บั่นทอนต่อการเรียนและสุขภาพร่างกาย

การสรรหากิจกรรมทางเลือกให้แก่เด็กๆ เป็นทางออกหนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองยินยอมพร้อมใจจะส่งเสริมให้บุตรหลานได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยแลกมาด้วยเวลาว่างของผู้ปกครองที่สูญหายไป

กิจกรรมการเต้นสามารถตอบความต้องการให้สมาชิกทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็กเล็กตั้งแต่อายุ 3 ขวบขึ้นไปสามารถสมัครเรียนบัลเลต์ ในขณะที่ผู้ปกครองสามารถเลือกใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองไปพร้อมๆ กันกับกิจกรรมเสริมสุขภาพที่สตูดิโอสามารถจัดคลาสรองรับทั้งการเต้นในรูปแบบต่างๆ และโยคะ ส่วนในระดับวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่แสวงหาความเป็นตัวตน ต้องการการยอมรับจากสังคมสูง ทุกวันนี้การเต้นเป็นกิจกรรมที่วัยรุ่นหันมาสนใจเพราะสามารถนำไปใช้ในการแสดงความสามารถในเวทีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการมีทักษะการเต้นที่ถูกแบบแผนนอกจากช่วยเสริมบุคลิกภาพ กล้าแสดงออก ทั้งยังส่งเสริมให้มีวินัย เคารพกฎ มีความจำดี ตลอดจนบำบัดโรคสมาธิสั้นในวัยเด็กและอัลไซเมอร์ในวัยผู้ใหญ่ได้อีกด้วย เพราะการเต้นจะมีจังหวะทำให้ต้องคิดตามไปตลอดในขณะเต้น

“การเต้น หรือโยคะ เป็นการฝึกสมาธิ ทำให้ร่างกายตอบสนองร่างกายได้ดีขึ้น เด็กบางคนมีปัญหาเรื่องหลังค่อม บางคนมาใหม่ๆ มองใต้ผมม้าตนเอง เมื่อมาเรียนจะรู้ว่าต้องยืนอย่างไร หันหน้าทางไหน การให้ทางผู้เต้นร่วมห้อง และมารยาทที่เหมาะสม จังหวะไหนต้องทำอย่างไร เด็กจะถูกฝึกให้คิดตาม และต้องแยกประสาทสัมผัสประสาทมือประสาทเท้า จังหวะกระโดดต้องหมุนหรือไม่ ทำให้เขาต้องคิดทุกขณะ เป็นการอยู่กับตนเอง เพราะคนปัจจุบันค่อนข้างอยู่กับคนอื่นและเทคโนโลยีมาก ไม่ได้มีเวลาทบทวนตนเอง การที่เราได้นิ่งๆ กับตัวเองทำให้เรามีเวลาทบทวนตนเอง มีสมาธิเยอะขึ้น”

ตลาดกำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตรองรับคนรุ่นใหม่ สังเกตจากรายการโทรทัศน์ต่างๆ เริ่มมีเวทีประกวดความสามารถมากขึ้น โรงเรียนมีกิจกรรมมากขึ้น หากเทียบเป็นสัดส่วนเด็กในวัยเรียนได้เรียนเต้นเพียงร้อยละ 20 เพราะฉะนั้นตลาดยังไปได้อีกมาก และยังมีกลุ่มวัยผู้ใหญ่ที่เริ่มมองหากิจกรรมสันทนาการให้แก่ตนเองเพื่อสุขภาพและความบันเทิง หรือเพื่อเข้าสังคม เพราะฉะนั้นตลาดกำลังโต เราก็ต้องพร้อมที่จะโตไปกับตลาด

ลีลาศเป็นการเคลื่อนไหวให้เข้ากับจังหวะดนตรีด้วยลีลาอันงดงาม

ลีลาศ เป็นกิจกรรมที่ผู้คนชื่นชอบกันมาก เพราะลีลาศ มีลีลาเต้นรำที่สวยงามพลิ้วไหวไปกับเสียงเพลง ทั้งอ่อนหวานหรือเร้าอารมณ์ ลีลาศ ช่วยให้ผู้เต้นได้ความสนุกสนาน เติมเต็มจังหวะให้กับคนต่างวัยได้ไม่น้อยทีเดียว นอกจากนี้การเต้นลีลาศมีประโยชน์อีกมากมาย ถ้าคุณที่ยังไม่เคยเต้นลีลาศ อาจเปลี่ยนใจหันมาเต้นลีลาศก็เป็นได้

ลีลาศเป็นการเคลื่อนไหวให้เข้ากับจังหวะดนตรีด้วยลีลาอันงดงาม โดยปกติจะเป็นการเต้นระหว่างผู้ชายและผู้หญิง เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ที่เกิดมากว่า 1,000 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวอังกฤษเป็นผู้พัฒนาและปรับปรุงมาเป็นลำดับจนเป็นการเต้นลีลาศ หรือ ballroom dance ซึ่งเป็นได้ทั้งกิจกรรมทางสังคมเพื่อความบันเทิง มิตรภาพ บุคลิกภาพ และสุขภาพ

และกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในแง่ของกีฬา ความเพลิดเพลินในเสียงเพลงและลีลาการเต้นรำ เด็กหรือผู้ใหญ่ก็เข้ามาสัมผัสได้ การลีลาศช่วยคลายเครียดได้ เพราะขณะเต้นอยู่กับคู่ ต้องใช้สมาธิและจิตใจร่วมกัน ถ้าจิตใจครุ่นคิดอยู่กับงานหรือสิ่งอื่น ไม่ทันฟังเสียงดนตรี ก็ไม่สามารถจับจังหวะได้ อาจเหยียบเท้าคู่เต้น

การเรียนการสอน นอกจากเรียนจากตำรา มีอาจารย์สอนแล้ว ยังมีวิดีโอดูเพื่อช่วยสอนด้วย สำหรับคนเริ่มต้นแค่รองเท้าบางเบา ไม่จำเป็นต้องเป็นรองเท้าลีลาศ ส้นไม่ต้องสูงมาก ยิ่งอายุสูงส้นรองเท้ายิ่งต้องลดลง คือไม่ควรเกิน 2 นิ้ว ส่วนเด็กๆก็จะมีกฎออกมาว่า ไม่เกิน 1 นิ้ว

สำหรับการฝึกซ้อม เสื้อผ้าสวมสบาย ผู้หญิงก็นุ่งกางเกงได้ หากลงฟลอร์เต้นจริง ถ้าในบรรยากาศสบายๆ ผู้ชายแค่เชิ้ตกับกางเกง ผู้หญิงเป็นชุดกระโปรงที่ให้ความคล่องตัวพอสมควรก็ได้ ไม่แคบ หรือยาว จนเกินไป แต่กระโปรงผ้าทิ้งเล็กน้อยก็ช่วยให้มือสมัครเล่นดูมีลีลาขึ้นทันตา

ฟลอร์เต้นรำมักเป็นพื้นไม้ เพราะพื้นรองเท้าลีลาศเป็นหนังดิบ จะไม่ลื่นหรือฝืดเกินไป ในการฝึกฝนจังหวะพื้นๆ ง่ายๆ ใช้เวลาสัก 1 ถึง 2 สัปดาห์ก็จะเต้นเป็น จังหวะง่ายๆอย่าง วอลทซ์ ช่าช่าช่า จะเป็นเร็วหน่อย กลุ่ม คนที่สนใจลีลาศ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัยผู้ใหญ่ถึงผู้สูงอายุ และเป็นผู้หญิงส่วนมาก ซึ่งสามารถเดินเข้าไปฝึกฝนคนเดียวได้ โดยทางชมรมหรือโรงเรียนสอนจะมีครูฝึก หรือคู่เต้นให้

เรียนการเต้น cover dance

“Cover Dance” หรือ “การเต้นโคฟเวอร์” คือการนำเพลงและการเต้นของศิลปิน ที่เราชื่นชอบมา COVER ใหม่ หรือจะพูดแบบง่ายๆก็คือ “การเต้นเลียนแบบศิลปินที่เราชื่นชอบ” … การเต้นโคฟเวอร์ถือเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของการเต้น โดยลักษณะการเต้นจะเน้นให้เหมือนกับศิลปินต้นฉบับ พยายามเต้นออกมาให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว นักเต้นโคฟเวอร์ จะมีความสนใจ ความชื่นชอบ ในตัวของศิลปินที่ตนเองเลียนแบบ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

สิ่งที่เรียนการเต้นcover dance คือ การเต้นเลียนแบบศิลปินไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม แต่ที่นิยมอยู่ในตอนนี้คงหนีไม่พ้นเกาหลี ซึ่งในปัจจุบันการเต้นcover ศิลปินเกาหลีเป็นที่แพร่หลายอย่างมาก การเต้นประเภทนี้เป็นการเต้น Hip Hop และ Poppin ผสมผสานเข้าด้วยกัน เป็นการฝึกสมาธิให้กับผู้เรียน สามารถเต้นได้ทุกวัย ไม่จำกัดเพศและอายุ เป็นการเต้นที่มีความสร้างสรร และเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราได้กล้าแสดงออกและมีเพื่อนใหม่
วิธีเรียน

จากกระแสนิยมเกาหลีฟีเวอร์ที่เริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตวัยรุ่นไทย เริ่มจากที่ดู music video ของวงที่ชอบ ดูซ้ำไปซ้ำมาจึงคิดว่า “อยากเต้นแบบนั้นได้บ้างจัง ทำยังไงดีน้า “ แรกๆแค่เต้นตามเล่นๆ เฉพาะบางท่าที่ง่ายๆ หรือท่อนฮุค ต่อมาเมื่อเต้นหลายเพลงเข้า รู้สึกทั้งสนุกและชอบมาก จึงอยากเต้นท่าอย่างมีแบบแผน

โลกของinternet มีอิทธิพลเช่นกัน websiteที่ข้าพเจ้าเข้าบ่อยที่สุดคงไม่พ้น www.youtube.com เว็บนี้ใช้searchหาเพลงที่ชอบ ดูที่เป็น music video ก่อนเพื่อให้ทำนองคุ้นหู จากนั้นดูแบบ live เพื่อแกะท่าเต้นคร่าวๆ แล้วจึงหาแบบ mirror , dance , cover , step dance หรือ tutorial ไว้แกะท่าเต้นทุกท่า

บางคนอาจคิดว่านี่เป็นเริ่องไร้สาระและเสียเวลา แต่สำหรับคนที่ชอบอย่างข้าพเจ้าแล้ว นี่เป็นวิธีการลดความเครียดที่ได้ผลมาก เป็นงานอดิเรกในยามว่างจึงไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่เสียเวลาแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังเป็นการออกกำลังกาย ได้ทั้งสุขภาพทางกายและทางจิตใจอีกด้วย

แกะท่าและเต้นให้เพื่อนๆดู ผลคือเพื่อนๆชอบและอยากให้ข้าพเจ้าแกะท่าเพลงอื่นๆที่ออกมาใหม่อีก เมื่อแกะหลายเพลงเข้า ท่ายากที่เมื่อก่อนเต้นไม่ได้ตอนนี้สามารถทำได้แล้ว ข้าพเจ้าจึงมีความคิดที่จะcoverเพลงต่อไปอย่างมีความสุข

ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์
– เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
– ฝึกความอดทนและความพยายาม การแกะท่าเต้นเพลงใหม่แรกๆยากมากเพราะทำนองยังไม่คุ้นหู บางคนเต้นพลาดตลอด จับจังหวะยังไม่ได้ไม่ได้ก็ล้มเลิกไปซะแล้ว แต่ถ้ามีความอดทน ใจเย็น เราก้สามารถเต้นได้ตามแบบ
– ฝึกความสามัคคี ในการเต้นcover แทบทุกเพลงจะเป็นทีมจึงต้องมีความสามัคคี นัดแนะกันว่าใครจะเต้นตามใคร ใครออกท่าไหนท่อนไหน โดยเฉพาะท่อนฮุคที่ต้องมีความพร้อมเพรียงมาก
– ต้องเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี คนที่ชอบเต้นcoverเหมือนกันสามารถทำความรู้จักกันได้ง่ายเพราะชอบสิ่งที่เหมือนกัน จึงมักรวมกลุ่มกันในยามว่างทำให้ได้เพื่อนใหม่อยู่เสมอ

การเต้น Cover Dance นั้น มีส่วนช่วยสนับสนุนให้บรรดาเยาวชนของชาติ ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความสามัคคีที่จะเกิดในทีม … หยาดเหงื่อ ร้อยยิ้ม และน้ำตาแห่งมิตรภาพ ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจ ความทุ่มเท ในการฝึกซ้อม ตลอดจนผลงานต่างๆ เป็นสิ่งที่พวกเขาเหล่าชาวโคฟจะได้รับ … นอกจากนี้การเต้น Cover ยังเป็นเสมือนจุดเริ่มต้น สำหรับเด็กๆบางคน ผู้มีความฝันที่อยากจะเป็นนักเต้นอาชีพ … ประสบกาณ์ต่างๆที่พวกเค้าได้รับ จากการเต้น Cover จะเป็นพื้นฐานที่จะช่วยต่อเติมความฝันของพวกเค้าต่อไปในอนาคต

Hip-Hop Style พัฒนามาจากการเต้นเบรกแด๊นซ์ที่ได้รับความนิยม

การเต้น Hip Hop เป็นการเต้นตามจังหวะของดนตรี Hip Hop

ซึ่งลักษณะที่สำคัญของดนตรีประเภทนี้จะเป็นการร้อง การพูด การแร็ป (Rap) ซึ่งประกอบกับดนตรีอีเล็คโทรนิกและเครื่องเคาะจังหวะประเภทต่างๆ ซึ่งเป็นเพลงที่มีจังหวะที่เร็วปานกลางถึงเร็วมาก ดังนั้นท่าทางของการเคลื่อนไหวจึงเป็นการเต้นที่เร็ว มีการหยุด การกระตุกของร่างกายในแต่ละส่วน หรือการ locking การย่อขาและโยกตัวตัวขึ้น-ลง และการกระโดดไปตามจังหวะเพลง โดยผู้เต้นจะเต้นเน้นจังหวะตามจังหวะของกลองและเสียงกีตาร์เบส มีการเลียนแบบการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ และกิริยาอาการต่างๆในชีวิตประจำวันของคนเราแล้วนำมาปรับเปลี่ยนเป็นท่าเต้นท่าต่างๆเพื่อความหลากหลายมากขึ้น

Hip Hop เกิดขึ้นในแหล่งบร๊อค์ส เมืองนิวยอร์ค พัฒนามาจากการเต้นเบรกแด๊นซ์ที่ได้รับความนิยมในปีทศวรรษ 1970 การเต้นฮิปฮอปได้รับการพัฒนาให้มีท่าที่ง่ายและมีความคิดสร้างสรรค์ได้มากขื้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางดนตรีฮิปฮอปครั้งใหญ่ในทศวรรษ 1990 ท่าการเต้นจะเน้นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว การเปลี่ยนทิศทางอย่างกระทันหัน การย่อตัวขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งยังเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของร่างกายทีละสัดส่วนอย่างชัดเจนจึงทำให้ท่าเต้นเป็นที่น่าสนใจ การเต้นฮิปฮอปยังต้องอาศัยการแต่งตัวและทัศนคติ เพลงฮิปฮอปส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงของจังหวะในแต่ละเพลงค่อนข้างมากจึงทำให้สามารถสร้างท่าที่มีความขัดแย้งน่าสนใจ

การเต้น Hip-Hop Style

เป็นการเต้นที่ได้รับความนิยมและแพร่หลายเป็นอย่างมาก ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก การเต้นฮิพฮอพเกิดจากการเต้นตามแนวดนตรีสไตล์ฮิพฮอพที่กำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 70 การเต้นฮิพฮอพเป็นการเต้นที่ไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาท่าเต้นต่อไปเรื่อยๆตามความสนุกสนาน เนื้อหาและจังหวะของเพลงเต้นในแต่ละเพลง สมัยนี้ส่วนใหญ่การเต้นฮิพฮอพ จะเป็นการเต้นที่เร็ว สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนเต้นมาก่อน ก็ไม่ต้องกลัว เพราะมีตั้งแต่คอร์ส เบสิกให้เริ่ม แล้วถ้ายิ่งเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์โอ๊ยสบายสามารถนำไปประยุกตคิดท่าเต้นได้เองเลย ทั้งได้เจอเพื่อนใหม่ และยังได้ออกกำลังกายดีไม่ดีอาจได้ร่วมผลงานกับศิลปินถ้าเก่งไปกว่านั้นอีกก็อาจจะได้เป็นนักร้องเลยทีเดียว

การที่การเต้นประเภท Hip Hop กลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายอย่างรวดเร็วในกลุ่มวัยรุ่นของไทย จึงทำให้สถาบันสอนเต้นรำหลายสถาบันในประเทศเพิ่มการเต้น Hip Hop เข้าไว้เป็นหนึ่งในวิชาที่เปิดสอนของสถาบันนั้นๆ จึงยิ่งเป็นการทำให้การเต้นประเภทนี้แพร่ขยายไปเร็วขึ้นอีก ถึงแม้ว่าการเรียน Hip Hop จะเริ่มได้ตั้งแต่อายุประมาณ 8-9 ปี แต่กลุ่มนักเรียน Hip Hop ในประเทศไทยมักจะเริ่มตั้งแต่เด็กวัยรุ่นอายุตั้งแต่ประมาณ 12-13 ปีเป็นต้นไปจนถึงวัยคนทำงาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการแสดงในงานกิจกรรมต่างๆที่โรงเรียนจัดขึ้น เพื่อต้องการเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน เพื่อการแข่งขันหรือการประกวดเต้นรำต่างๆ และเพื่อความสนุกสนาน รวมไปทั้งถือว่าเป็นการออกกำลังกายอีกประเภทหนึ่งด้วยเช่นกัน

การศึกษาและเรียนรู้สำหรับคนที่ชื่นชอบการเต้นรำหรือศิลปะที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว

การเต้นรำเป็นศิลปะที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวประกอบกับการแสดงความรู้สึก ประวัติของการเต้นรำส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดมาจากการที่คนพยายามที่จะเลียนแบบการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติหรือเกิดมาจากการเต้นรำที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางศาสนาเพื่อแสดงออกถึงความเชื่อของตนเองหรือของกลุ่ม การเคลื่อนไหวบางประเภทเกิดมาจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน อาทิเช่นการที่คนเราเคลื่อนไหวตามจังหวะเลียนแบบท่าทางในชีวิตประจำวันหรือใช้เครื่องมืออุปกรณ์การทำงานในแต่ละวันแทนเครื่องดนตรี

เป็นเวลาหลายร้อยปีที่รูปแบบและลักษณะของการเต้นรำค่อยๆ มีการพัฒนาและในปัจจุบันได้รับความนิยมไปทั่วโลก เช่น แอฟริกัน แด๊นซ์ เบลลี่ แด๊นซ์ หรือ ระบำหน้าท้อง และแอฟโฟร แคริบเบียน เป็นต้น การเต้นบางประเภทก็ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเคลื่อนไหวและผสมผสานกับเทคนิคการเต้นรำสมัยใหม่ จนในที่สุดได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นรูปแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น นิวยอร์ก ซัลซ่า อาร์เจนทีน่า แทงโก้ ซู๊ค และ ฟลามิงโก้ เป็นต้นการเต้นรำเป็นภาษาที่ไม่ต้องใช้คำพูดโดยใช้การแสดงออกจากการผสมผสานการเคลื่อนไหวกับดนตรี การเรียนรู้การเต้นรำประเภทต่าง ๆ จากรอบโลกจะช่วยทำให้คุณสามารถเข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณีและชีวิตความเป็นอยู่ของคนจากประเทศนั้น ๆ  ได้เป็นอย่างดี การเรียนเต้นรำจะช่วยเปิดโลกทัศน์ของคุณให้กว้างขึ้นและเข้าใจถึงการอยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว

การเต้นรำสามารถช่วยให้คุณสามารถแสดงออกในความเป็นตัวเองให้ความสุขพลังและทำให้รู้สึกคลายเครียดสบายการฝึกการเต้นรำอยู่เป็นประจำจะช่วยพัฒนาสุขภาพทั้งทางด้านจิตใจและร่างกายจึงทำให้คุณมีรูปร่างที่ดีแข็งแรงและสามารถดูเด็กอยู่เสมออีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้พบปะเพื่อนและสังคมใหม่ๆ

ประโยชน์ของการเรียนเต้นรำ

การเต้นรำนอกจากเป็นกิจรรมยามว่างที่มีประโยชน์อย่างแรง แล้ว การเต้นรำ ยังช่วยในเรื่องของสุขภาพแข็งแรงและไม่เพียงเท่านั้น การเต้นรำ ยังถือเป็นกิจกรรมที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนมีความสุขอีกด้วยนะคะ เหมือนคำที่หลาย ๆ คนมักจะติดปากว่า ห่างไกลยาเสพติดชีวิตเป็นสุข ฉะนั้นการหากิจกรรมดี ๆ ยามว่างก็ช่วยได้เยอะเลย แล้้วเชื่อว่าการเต้นรำน่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีเลยนะคะ ไม่ว่าคุณจะเลือกการเต้นรำแบบไหนก็ตามทีสิ่งเหล่านี้ช่วยสุขภาพดีได้อย่าง แน่นอนค่ะ และวันนี้เราก็มีประโยชน์ของการเต้นรำมาฝากอีกด้วยค่ะ

– อารมณ์ดี : จากการศึกษาพบว่า การได้ฝึกฝีเท้ากับท่าเต้นรำจะช่วยให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้นและมีความพึงพอ ใจ เพราะมีการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข เส้นประสาทได้ผ่อนคลายและเสียงดนตรีก็สกัดกั้นไม่ให้ฮอร์โมนแห่งความเครียด กรายใกล้

– สมอง : การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เช่น ท่าเต้นรำจะช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับตัวและรับสถานการณ์กะทันหันได้ สมองเป็นตัวเร่งและในขณะเดียวกันก็พัฒนาและเชื่อมโยงเส้นประสาทนอกจากนี้ การได้เคลื่อนไหวร่างกายก็จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีที่สมองจึงไม่น่าแปลกใจ ที่กีฬาช่วยให้อ่อนเยาว์ได้

– หัวใจ : การเต้นรำช่วยให้หลอดเลือดและหัวใจแข็งแรงและจากการศึกษาของนักวิชาการ ชาวอิตาเลียนพบว่า การเต้นรำดีกว่าการขึ่จักรยานเพราะการหายใจลึก ๆ จะช่วยให้ออกซิเจนเข้าไปในเลือดมากขึ้นและการเต้นของหัวใจระดับกลาง (120-150) ขณะเต้นรำดีสำหรับอวัยวะที่สำคัญที่สุดของเรา

– กล้ามเนื้อ : คุณรู้สึกตึงต้นคอและไหล่มั้ยการเต้นรำจะช่วยให้บริเวณหลังแข็งแรงและช่วยให้หลังเหยียดและผ่อนคลาย

– กระเพาะปัสสาวะ : การอยู่ในท่าตรงเป็นการบริหารกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ กล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อหลังเป็นการป้องกันกระเพาะปัสสาวะอ่อนแอ

– ระบบภูมิคุ้มกัน : การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นการกระตุ้นเซลล์นักฆ่าให้ทำงานอย่างว่องไวในการต่อสู้กับไวรัสและแบคทีเรีย

– กระดูก : จากการศึกษาของนักวิชาการชาวอเมริกันพบว่า การเคลื่อนไหวด้านข้างอย่างแทงโก้หรือท่าเต้นอื่น ๆ จะช่วยให้ร่างกายรับน้ำหนักตัวได้ดีป้องกันโรคกระดูกพรุนที่กระดูกต้นขาและ น่องอีกทั้งยังช่วยให้ข้อต่อยืดหยุ่นอีกด้วย

– ลดน้ำหนัก : การเต้นรำช้า ๆ อย่างรัมบ้า ช่วยในการเผาผลาญประมาณ 300 แคลอรี/ชั่วโมง การเต้นรำเร็วระดับปานกลางเผาผลาญได้ประมาณ 420 แคลอรี/ชั่วโมง หรือหากเต้นรำจังหวะเร็วสามารถเผาผลาญได้ประมาณ 600 แคลอรี/ชั่วโมง

– สง่างาม : การเต้นรำช่วยให้มีความสามารถในการทรงตัวและมีท่วงท่าสง่างาม ช่วยให้การเคลื่อนไหวเร็วขึ้นและนุ่มนวลขึ้น เป็นการลดความเสี่ยงจากการหก